ผู้เขียน: jROC

จ้างทำเว็บไซต์ที่ไหนดี ราคาเท่าไหร่ และ 10 คำถามที่ต้องถามก่อนโอนเงิน

ภาพปกบทความจ้างทำเว็บไซต์ราคาเท่าไหร่ แสดงเป็นภาพผู้ประกอบการกำลังตัดสินใจในการเลือกทำเว็บไซต์กับที่ไหนดี
Posted: กรกฎาคม 24, 2026

ตลอดหลายปีที่ทำงานกับเว็บไซต์ให้ธุรกิจไทย มีรูปแบบหนึ่งที่ผมเจอซ้ำจนแทบทายได้ล่วงหน้า คือเจ้าของธุรกิจมักติดต่อเข้ามาตอนที่เว็บมีปัญหาไปแล้ว บางรายเว็บใกล้หมดอายุแต่ติดต่อคนทำเดิมไม่ได้ บางรายอยากเปลี่ยนคนดูแลแต่ไม่มีรหัสอะไรอยู่ในมือเลยสักอย่าง และมีไม่น้อยที่จ่ายค่าต่ออายุมาหลายปีแล้วเพิ่งรู้ว่าโดเมนไม่ได้อยู่ในชื่อตัวเอง

สิ่งที่น่าสนใจคือเกือบทุกเคสไม่ได้เกิดจากการโดนโกง แต่เกิดจากคำถามไม่กี่ข้อที่ไม่มีใครถามตอนเริ่มงาน เพราะวันแรกที่คุยกัน ทุกฝ่ายโฟกัสอยู่ที่ราคากับหน้าตาเว็บ ส่วนเรื่องว่าใครถือกุญแจบ้านหลังนี้ กลับไม่มีใครหยิบขึ้นมาพูด

ผมเลยอยากเอาสิ่งที่เจอมาเล่าให้ฟัง แบบเดียวกับที่จะบอกเพื่อนที่กำลังจะจ้างทำเว็บไซต์ ว่าราคาจริงอยู่ที่เท่าไหร่ ควรเลือกยังไง มีอะไรบ้างที่ต้องเช็คก่อนโอนเงิน และวิธีตรวจสอบด้วยตัวเองที่ทำได้ในไม่กี่นาที

สรุปสั้น ๆ ก่อนตัดสินใจ

ค่าใช้จ่ายแบ่งเป็นสองก้อนเสมอ คือค่าทำเว็บที่จ่ายครั้งเดียว กับค่าโดเมนและโฮสติ้งที่ต้องจ่ายทุกปีไม่ว่าจะจ้างใครก็ตาม และก่อนโอนมัดจำ ขอให้ถามให้ชัดสามข้อ คือ โดเมนจะจดในชื่อใคร บัญชีโฮสติ้งเปิดในชื่อใคร และเราได้สิทธิ์แอดมินสูงสุดพร้อมไฟล์สำรองข้อมูลไหม เพราะเรื่องที่คนไม่ค่อยรู้คือ ต่อให้เว็บเป็นลิขสิทธิ์ของเราตามกฎหมาย แต่โดเมนอาจไม่ได้เป็นชื่อเราเลยก็ได้

จ้างทำเว็บไซต์ราคาเท่าไหร่ แล้วเงินไปอยู่ตรงไหนบ้าง

อินโฟกราฟิก 3D เปรียบเทียบโครงสร้างราคาและสิ่งที่ได้รับจากการทำเว็บไซต์ ระหว่างเว็บสำเร็จรูปฟรี ฟรีแลนซ์ และบริษัทเอเจนซี่

คำถามแรกที่ทุกคนถามคือราคา แต่ผมอยากให้เข้าใจโครงสร้างก่อน เพราะตัวเลขก้อนเดียวที่ผู้รับจ้างเสนอมามักไม่ใช่ต้นทุนทั้งหมด

ก้อนแรกคือค่าทำเว็บไซต์ จ่ายครั้งเดียวตอนส่งมอบงาน ครอบคลุมตั้งแต่ออกแบบ ติดตั้งระบบ ใส่เนื้อหา ไปจนถึงทดสอบให้ใช้งานได้จริงบนมือถือ

ก้อนที่สองคือค่าเช่าพื้นที่เว็บไซต์ ที่มาทุกปี ไม่ว่าจะเปลี่ยนคนดูแลกี่ครั้งก็ยังต้องจ่าย เพราะไม่ใช่ค่าบริการของผู้รับจ้าง แต่เป็นการเช่าทรัพยากรจากผู้ให้บริการโดยตรง แบ่งเป็นค่าโดเมนซึ่งคือค่าเช่าชื่อเว็บ ราคาทั่วไป 400 ถึง 1,000 บาทต่อปี กับค่าโฮสติ้งซึ่งคือค่าเช่าที่เก็บไฟล์ เริ่มต้นราว 500 ถึง 800 บาทต่อปีสำหรับแพ็กเกจพื้นฐาน ไปจนถึงหลักหมื่นสำหรับเว็บที่ต้องการความเร็วสูง

ตรงนี้แหละที่คนจ้างเว็บครั้งแรกมักงง เพราะเข้าใจว่าจ่ายครบแล้วจบ พอปีถัดมามีบิลโผล่ก็รู้สึกเหมือนถูกเรียกเก็บเพิ่ม ทั้งที่จริงมันคนละก้อนกันตั้งแต่แรก ถ้าอยากเห็นภาพว่าการดูแลเว็บระยะยาวมีอะไรบ้าง ผมเขียนแยกไว้ที่หน้าบริการดูแลเว็บไซต์

ช่วงราคาในตลาดตอนนี้

ราคาในไทยกระจายกว้างมาก เพราะแต่ละกลุ่มมีต้นทุนคนละขั้ว

กลุ่มผู้ให้บริการช่วงราคาสิ่งที่มักได้กลับมา
เว็บสำเร็จรูปหลักพันถึงราว 29,000 บาทต่อปีเทมเพลตปรับได้จำกัด ตั้งเว็บเร็ว แต่ปรับโครงสร้างเชิงลึกไม่ได้
ฟรีแลนซ์ราว 5,000 ถึง 100,000 บาทราคายืดหยุ่น ต่อรองได้ แต่คุณภาพขึ้นกับฝีมือรายคน
บริษัทรับทำเว็บไซต์ราว 20,000 ถึง 80,000 บาทมีทีม มีสัญญา มีคนดูแลต่อหลังส่งมอบ
เอเจนซี่ขนาดใหญ่หลักแสนขึ้นไปทีมใหญ่ กลยุทธ์ครบ แต่ต้องคุยเป็นราย ๆ ไป

สังเกตว่าช่วงของฟรีแลนซ์กว้างที่สุด ซึ่งแปลว่าคำว่าจ้างฟรีแลนซ์ไม่ได้เท่ากับถูกเสมอไป

แล้วพวกที่รับทำ 3,000 บาทล่ะ

ผมไม่ได้จะบอกว่าของถูกคือของไม่ดี แต่ราคาระดับนั้นมันต้องตัดอะไรบางอย่างออกไปแน่นอน ส่วนใหญ่ที่ผมเจอคือใช้เทมเพลตสำเร็จรูปที่แทบไม่ปรับอะไรเลย ไม่ได้วางโครงสร้าง Technical SEO และไม่รวมการดูแลหลังส่งมอบ พอเว็บมีปัญหาเดือนที่หก เจ้าของธุรกิจต้องหาคนใหม่มาแก้ ซึ่งบางทีแก้ยากกว่าทำใหม่

อีกแบบที่เจอบ่อยคือตัวเลขที่โฆษณาเป็นแค่ราคาตั้งต้น พอเพิ่มหน้า เพิ่มระบบตะกร้า ราคาสุดท้ายก็ไม่ต่างจากตลาดปกติ ผมเขียนเรื่องนี้ไว้ละเอียดกว่านี้ที่ทำเว็บ WordPress ราคาถูก คุ้มจริงไหม

แล้วสร้างเว็บไซต์ฟรีเองเลยได้ไหม

ได้จริง ไม่ได้พูดเล่น ถ้ายังไม่มีงบเลย การเริ่มจากของฟรีก็ดีกว่าไม่มีอะไรเลย แต่อยากให้รู้เพดานไว้ก่อน

คนที่ค้นหาวิธีสร้างเว็บไซต์ฟรี Google ส่วนใหญ่จะเจอ Google Sites กับ Blogger ข้อดีคือใช้บัญชี Google ธรรมดาก็สร้างได้ทันที และต่อโดเมนของตัวเองได้ ไม่ต้องทนใช้ URL ยาว ๆ ตลอดไป

แต่ข้อจำกัดอยู่เบื้องหลัง ทั้งสองตัวฝัง Schema Markup ได้ไม่อิสระเหมือนเว็บที่สร้างเอง โครงสร้าง URL ก็ถูกกำหนดตายตัว และควบคุมการทำ Caching ไม่ได้เลย ซึ่งกระทบความเร็วโดยตรง ส่วนแพ็กเกจฟรีของเว็บสำเร็จรูปไทยก็มีเพดานคนละแบบ บางเจ้าจำกัดพื้นที่ไว้ราว 100 MB และลงสินค้าได้ไม่เกิน 20 รายการ บางเจ้าให้ลงสินค้าไม่จำกัดแต่ไปล็อกเครื่องมือวัดผลอย่าง GA4 ไว้ในแพ็กเกจเสียเงินแทน

สรุปคือของฟรีไม่เคยฟรีแบบไม่มีเพดาน ไม่ติดที่พื้นที่ก็ติดที่เครื่องมือที่จำเป็นต่อการเติบโต ธุรกิจที่จริงจังมักต้องขยับออกไม่ช้าก็เร็ว

จ้างทำเว็บไซต์ที่ไหนดี ฟรีแลนซ์ บริษัท หรือเว็บสำเร็จรูป

รับทำเว็บไซต์ฟรีแลนซ์เหมาะกับงานที่โจทย์ชัด งบจำกัด และรับความเสี่ยงเรื่องความต่อเนื่องได้ ข้อดีคือคุยตรงกับคนทำจริง แก้งานเร็ว ไม่ต้องผ่านหลายชั้น ข้อเสียคือทุกอย่างขึ้นอยู่กับคนคนเดียว ถ้าเขาเลิกทำอาชีพนี้หรือหายไป เว็บก็ค้างอยู่แบบนั้น เหมาะกับเว็บบริษัทเรียบง่าย 5 ถึง 10 หน้า มากกว่างานที่ต้องพัฒนาต่อเนื่อง

ส่วนทำเว็บไซต์บริษัทราคาเริ่มต้นมักสูงกว่า เพราะมีทีมรับผิดชอบคนละส่วนและมีสัญญาระบุขอบเขตชัดเจน สิ่งที่แลกมาคือความต่อเนื่อง ถ้าคนดูแลลาออกก็ยังมีคนรับช่วงต่อ เหมาะกับคนที่มองว่าเว็บคือสินทรัพย์ระยะยาว

ทางที่สามคือเว็บสำเร็จรูประดับพรีเมียม ในไทยเริ่มราว 9,500 บาทต่อปีแบบเหมารวมทุกอย่าง ไม่ต้องจ้างใครเลย ใช้เองได้ทันที ข้อแลกเปลี่ยนคือไฟล์และดีไซน์ทั้งหมดผูกกับระบบของผู้ให้บริการ ดึงออกไปใช้ที่อื่นไม่ได้ วันที่อยากย้ายคือวันที่ต้องเริ่มสร้างใหม่ทั้งหมด ไม่ใช่ย้ายบ้าน แต่คือสร้างบ้านใหม่

มิติที่คนมักไม่ได้คิดตอนเทียบราคาปีแรกคือต้นทุนตอนย้ายออก

หัวข้อฟรีแลนซ์บริษัทรับทำเว็บเว็บสำเร็จรูป
ความเป็นเจ้าของเต็มที่ ถ้าถือโดเมนและโฮสติ้งเองเต็มที่ ถ้าระบุในสัญญาจำกัด อยู่บนระบบปิด
เพดานการต่อยอดสูง ถ้าใช้ระบบเปิดสูง ขึ้นกับระบบที่เลือกเฉพาะที่แพลตฟอร์มมีให้
ต้นทุนตอนย้ายออกต่ำ ถ้ามีสิทธิ์เข้าถึงครบต่ำ ถ้ามีสิทธิ์เข้าถึงครบสูงมาก ต้องสร้างใหม่

เรื่องที่ผมอยากให้เช็คมากที่สุด ใครเป็นเจ้าของเว็บตัวจริง

กลับมาที่ปัญหาที่เล่าไว้ตอนต้น เกือบทุกเคสที่ผมเจอไม่ได้ติดขัดเรื่องลิขสิทธิ์เลย แต่ไปติดตรงเรื่องที่หลายคนไม่รู้ว่ามันแยกกันอยู่คนละส่วน

เรื่องลิขสิทธิ์มีหลักง่าย ๆ ข้อเดียว ถ้าจ้างคนภายนอกทำเว็บ กฎหมายไทยให้ลิขสิทธิ์เป็นของผู้ว่าจ้างโดยอัตโนมัติ เว้นแต่ในสัญญาจะเขียนไว้เป็นอย่างอื่น สิ่งที่ต้องทำจึงมีแค่เปิดสัญญาอ่านว่ามีข้อความไหนเขียนกลับด้านหรือเปล่า

แต่ลิขสิทธิ์ในงานออกแบบ กับสิทธิ์ในบัญชีโดเมนและโฮสติ้ง เป็นคนละเรื่องกันโดยสิ้นเชิง อย่างแรกคือทรัพย์สินทางปัญญา อย่างหลังคือสิทธิ์ตามสัญญาที่ทำไว้กับผู้ให้บริการ ถ้าผู้รับจ้างใช้อีเมลตัวเองไปจดโดเมนและเปิดบัญชีโฮสติ้ง เราก็ไม่ได้เป็นคู่สัญญากับผู้ให้บริการรายนั้น ต่อให้ถือลิขสิทธิ์ในตัวเว็บถูกต้องทุกประการ ก็เรียกรหัสผ่านไม่ได้

อีกอย่างที่หลายคนเข้าใจผิดคือคิดว่าถือลิขสิทธิ์แล้วเป็นเจ้าของทุกอย่างบนเว็บ จริง ๆ ถ้าเว็บสร้างด้วย WordPress ตัวแกนระบบ ธีม และปลั๊กอิน เป็นผลงานของนักพัฒนารายอื่น ผู้รับจ้างโอนให้ได้แค่ส่วนที่ตัวเองสร้างขึ้นมาเท่านั้น

วิธีเช็คว่าโดเมนเป็นชื่อเราจริงไหม

ข่าวดีคือเช็คเองได้ฟรีในไม่กี่นาที แต่ต้องเช็คให้ถูกวิธี เพราะกติกาเพิ่งเปลี่ยนไปและหลายคนยังใช้วิธีเก่าอยู่

เรื่องแรกคือเครื่องมือ หลายคนยังคุ้นกับ WHOIS แต่ ICANN ประกาศยกเลิกระบบนั้นไปตั้งแต่ 28 มกราคม 2025 แล้วให้ใช้ระบบใหม่ที่ชื่อ RDAP แทน (อ่านประกาศจาก ICANN) เครื่องมือที่ผมใช้อยู่คือ ICANN Lookup ซึ่งเป็นของทางการและใช้ฟรี

เรื่องที่สองสำคัญกว่า ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2025 ถ้าช่อง Organization มีชื่อองค์กรกรอกไว้ องค์กรนั้นคือเจ้าของโดเมนตามกฎหมาย ส่วนชื่อบุคคลที่เห็นเป็นแค่ผู้ติดต่อ ไม่ใช่เจ้าของ นี่แหละคือจุดที่ทำให้หลายเคสจบไม่สวย เพราะช่องนั้นเป็นชื่อบริษัทผู้รับจ้าง ไม่ใช่ชื่อธุรกิจที่จ่ายเงินมาตลอด

  1. เข้า lookup.icann.org แล้วพิมพ์ชื่อโดเมนของเราลงไป
  2. เลื่อนหาส่วน Registrant ในผลลัพธ์
  3. ดูช่อง Organization ก่อนเป็นอันดับแรก ถ้ามีชื่อกรอกไว้ นั่นคือเจ้าของตัวจริง
  4. ถ้าไม่ใช่ชื่อธุรกิจเรา ให้รีบติดต่อผู้รับจดทะเบียนเพื่อขอแก้ไข

ถ้าเจอว่าไม่ใช่ชื่อเราและผู้รับจ้างไม่ยอมโอนคืน ยังพอมีทาง เพราะตามนโยบายของ ICANN ผู้รับจดทะเบียนมีหน้าที่ต้องส่งรหัสย้ายโดเมนให้เจ้าของภายใน 5 วันนับจากได้รับคำขอ และถ้ายังเงียบ เราร้องเรียนไปที่ ICANN ได้โดยตรงผ่านแบบฟอร์มบนเว็บของเขา

10 คำถามที่ผมอยากให้ถามก่อนโอนมัดจำ

ภาพอินโฟกราฟิกผู้ประกอบการกำลังตรวจสอบรายการเช็คลิสต์ 10 คำถามสำคัญก่อนโอนมัดจำจ้างทำเว็บไซต์

เหตุผลที่ต้องถามก่อนโอน ไม่ใช่หลังโอน เพราะพอเงินออกไปแล้วอำนาจต่อรองมันเปลี่ยนมือทันที เรื่องอย่างชื่อผู้ถือโดเมนหรือไลเซนส์ธีม ถ้าไม่ตกลงกันตั้งแต่แรกจะแก้ทีหลังยากมาก

คำถามชุดนี้ไม่ได้มีไว้จับผิดใคร แต่มีไว้ดูว่าเขาวางระบบงานมาดีแค่ไหน คนที่ทำงานเป็นระบบจริงจะตอบได้ทันทีโดยไม่ต้องคิดนาน

คำถามถามเพื่ออะไร?
โดเมนจะจดในชื่อบริษัทเราหรือชื่อผู้รับจ้างกันไม่ให้เสียชื่อเว็บทั้งชื่อในวันที่เลิกจ้างกัน
บัญชีโฮสติ้งเปิดในชื่อใคร ใครถืออีเมลที่ผูกไว้คนถืออีเมลคือคนที่กู้รหัสผ่านได้ ไม่ใช่คนจ่ายเงิน
เราได้สิทธิ์แอดมินสูงสุดพร้อมไฟล์สำรองข้อมูลไหมถ้าไม่มีสองอย่างนี้ ย้ายเว็บออกเองไม่ได้เลย
ธีมและปลั๊กอินซื้อลิขสิทธิ์ในชื่อใครถ้าเป็นไลเซนส์ของผู้รับจ้าง วันเลิกจ้างเว็บจะขาดอัปเดตความปลอดภัยทันที
เว็บสร้างด้วยระบบอะไรระบบเปิดย้ายผู้ดูแลได้ ระบบปิดต้องสร้างใหม่ทั้งหมด
ความเร็วผ่านเกณฑ์ Core Web Vitals ไหม ขอดูผลทดสอบได้ไหมเว็บช้ากระทบทั้งอันดับและยอดขาย ควรดูตัวเลข ไม่ใช่ฟังคำพูด
วางโครงสร้าง Technical SEO ให้ด้วยหรือเปล่าเว็บสวยแต่ Google ไม่เก็บเข้าระบบ ก็เท่ากับไม่มีเว็บ
ถ้าเว็บเก็บข้อมูลลูกค้า มีข้อตกลงตาม PDPA กันหรือยังความรับผิดชอบตามกฎหมายอยู่ที่เจ้าของธุรกิจ ไม่ใช่ผู้รับจ้าง
หลังส่งมอบแล้ว แก้ไขได้ฟรีถึงไหนกันบิลงอกทีหลังจากงานแก้เล็ก ๆ น้อย ๆ
ถ้าเลิกจ้าง ส่งมอบไฟล์และสิทธิ์ทุกอย่างภายในกี่วันคำตอบข้อนี้บอกได้ทันทีว่าเขาโปร่งใสแค่ไหน

นอกจากคำตอบแล้ว ท่าทีตอนตอบก็บอกอะไรได้เยอะ ถ้าเจอการเร่งให้โอนโดยไม่ให้เวลาอ่านเอกสาร การเลี่ยงตอบข้อ 1 ถึง 3 การเสนอราคาเหมาทันทีโดยไม่ถามรายละเอียดอะไรเลย หรือการการันตีอันดับ 1 บน Google ซึ่งไม่มีใครทำได้จริงเพราะไม่มีใครคุมอัลกอริทึมของ Google ได้ ทั้งหมดนี้คือสัญญาณให้ถอยมาตั้งหลักก่อน

เช็คผลงานเขาเองได้ ใช้เวลาไม่ถึง 5 นาที

ทุกเจ้ามีเว็บผลงานมาโชว์ แต่แทนที่จะเชื่อคำโฆษณาอย่างเดียว ผมอยากให้ลองเช็คเองด้วยของฟรีสี่อย่างนี้

  • เอาลิงก์ผลงานไปรัน PageSpeed Insights ดูค่า LCP ที่ควรต่ำกว่า 2.5 วินาที INP ต่ำกว่า 200 มิลลิวินาที และ CLS ต่ำกว่า 0.1 ตามเกณฑ์ที่ Google กำหนดไว้ใน web.dev ถ้าเว็บที่เขาเลือกมาโชว์เองยังไม่ผ่าน ก็มีเหตุผลให้สงสัยว่าเว็บของเราจะดีกว่านั้นได้ยังไง ผมเขียนเรื่องนี้พร้อมคะแนนเว็บตัวเองไว้ที่บทความ Core Web Vitals
  • พิมพ์ site:ชื่อโดเมนผลงาน ลงในช่องค้นหา Google ถ้าไม่ขึ้นเลยหรือขึ้นแค่ไม่กี่หน้าทั้งที่เว็บมีหลายสิบหน้า อาจแปลว่ามีปัญหา Technical SEO อยู่ ซึ่งผมอธิบายไว้ในคู่มือ SEO เบื้องต้น
  • ใช้ Wappalyzer หรือ BuiltWith ดูว่าสร้างด้วยอะไร เปิดเว็บผลงานแล้วรันดู จะเห็นทันทีว่าตรงกับที่เขาบอกไว้หรือเปล่า
  • ค้นชื่อแบรนด์ของเขาบน Google ถ้าอ้างว่าเก่ง SEO แต่เว็บตัวเองยังไม่ขึ้นหน้าแรกตอนค้นชื่อตัวเอง ซึ่งเป็นคำที่ควรติดง่ายที่สุด ก็ควรตั้งคำถาม

อีกที่ที่คนชอบไปหาคำตอบคือกระทู้รีวิวจ้างทำเว็บไซต์ที่ไหนดี pantip ซึ่งมีประโยชน์ตรงที่เห็นปัญหาที่ไม่มีใครเขียนในหน้าขาย แต่มีข้อจำกัดสองข้อ คือคนที่ได้บริการดีมักไม่เสียเวลามาเขียนชม ภาพเลยเอียงไปทางลบ กับมีกระทู้การตลาดแฝงปนอยู่ไม่น้อย ใช้ดูบรรยากาศได้ แต่ตัวเลขจาก PageSpeed กับคำสั่ง site: มันตรวจเองได้ ไม่ต้องเดาว่าใครเขียนด้วยอารมณ์ไหน

สรุป จ้างทำเว็บไซต์ที่ไหนดี ตัดสินจากอะไร

คำตอบตรง ๆ คือขึ้นอยู่กับสิ่งที่ธุรกิจให้ความสำคัญ แต่ถ้าให้สรุปเป็นหลักที่ผมใช้แนะนำคนที่มาถามจริง ๆ มีสามข้อ

หนึ่ง เลือกระบบเปิดที่ย้ายออกได้ อย่างเว็บไซต์ WordPress มากกว่าระบบปิดที่ผูกกับผู้ให้บริการรายเดียว สอง ยืนยันตั้งแต่วันแรกว่าโดเมนและบัญชีโฮสติ้งอยู่ในชื่อธุรกิจเรา ไม่ใช่ชื่อคนทำ และสาม เอาคำถามสิบข้อข้างบนไปถามให้ครบก่อนโอนมัดจำ

ราคาถูกที่สุดตอนเริ่มไม่ใช่ตัวชี้วัดที่ดี เพราะต้นทุนจริงมีหลายชั้นที่ไม่ได้อยู่ในใบเสนอราคา เว็บที่ดีไม่ใช่แค่เว็บที่สวย แต่คือเว็บที่เราเป็นเจ้าของได้จริงและต่อยอดได้ในระยะยาว

ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้แล้วยังไม่แน่ใจว่าเว็บของตัวเองเข้าข่ายข้อไหนบ้าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องโดเมนอยู่ในชื่อใคร ความเร็วที่ไม่ผ่านเกณฑ์ หรือโครงสร้าง SEO ที่ไม่แน่ใจว่าทำถูกทางหรือเปล่า ทักมาคุยกันได้ ผมยินดีช่วยเช็คให้ก่อนโดยไม่มีค่าใช้จ่าย และถ้าดูแล้วว่ายังไม่จำเป็นต้องทำเว็บใหม่ ก็จะบอกตรง ๆ แบบนั้น

บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง